ขอร่วมไว้อาลัยแด่วีรบุรุษผู้กล้า จ่าสมเพียร ผู้ยิ่งใหญ่ในใจเรา

 บทสัมภาษณ์สุดท้าย พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา…อยากให้ผู้บังคับบัญชารับรู้ว่าพวกเราทำงานกันอย่างไร
[ลิงค์ข่าว1]
[ลิงค์ข่าว2]
[ลิงค์ข่าว3]

วีรบุรุษเช่นนี้ที่คนไทยขาดแคลน อยากให้มีวีรบุรุษผู้เสียสละเช่นนี้มากๆ ประเทศไทยเราจะได้ไม่เดือนร้อนเช่นนี้

ในนามศูนย์วิจัยระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ภาควิชาเทคโนโลยีชนบท ขอจารึกนามวีรบุรุษผู้เสียสละ ผู้กล้า
พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา. อันไม่มีสิ่งใดจะมาทดแทน ชีวิต ที่สละแล้วให้แด่ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ต้นแบบแห่งความพากเพียร เสียสละ และต้นแบบแห่งผู้ปิดทองหลังพระ จนถึงวินาทีสุดท้ายแห่งชีวิต ในปัจจุบันนี้ จะมีกี่คนที่พูดว่ารักชาติ ศาสน์ กษัตริย์แล้วลงมือทำให้ดู เช่นเขา

หลับเถิดผู้กล้าแห่งวีรชนไทย ผู้ยิ่งใหญ่ในใจเรา ตลอดกาล
รำลึกถึงท่าน….เทคโนโลยีชนบท

 

 

เพลงบันนันสตาร์ รดน้ำศพพ ต อ สมเพียร,สัมภาษณ์ภรรยา&เพื่อนสนิท

 

…ผู้สร้างความเป็นธรรมให้สังคม ที่ต้องมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่ตนเอง …

ความฝันอันสูงสุด

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ
ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทนง
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร
ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา
ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป
นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง
หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส
ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด
ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน
โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่
เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ
ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทยฯ

ย้อนความไปเมื่อ 2สัปดาห์ที่ผ่านมา


…วันนี้ !!! มีข่าวหนึ่งที่น่าสนใจแทรกเข้ามาเป็นยาดำ นอกเหนือจากข่าวศาลฏีกา จะพิพากษาคดียึดทรัพย์ของอดีตนายกทักษิณ ในวันที่ 26กพ.คือข่าวโผการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจที่กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ในวงการสีกากี ทำให้ตำรวจน้ำดีหลายนายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง หลายคนต้องทนน้ำตาตกในเก็บความขมขื่นอัดอั้นตันใจ ปิดปากเงียบ !! เพราะกลัวจะไปกระทบกับชีวิตราชการที่อาจจะเลวร้ายมากไปกว่านี้ แต่หลายคนกลับออกมาสู้ ดับเครื่องชนเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บังคับบัญชา …

… โดยเฉพาะกรณี พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ลงทุนหอบเอกสารผลงาน โล่รางวัล พร้อมหนังสือร้องเรียน เดินทางเข้ากรุงเทพ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อนายกฯ(อภิสิทธิ์)และรักษาการ ผบตร.(ปทีป)ถึงทำเนียบรัฐบาล …

…ชื่อของ " ผู้กำกับเพียร " หรือ " จ่าเพียรมือปราบ" อาจไม่เป็นที่รู้จักมากนักในแวดวงไฮซง ไฮซ้อ หรือ บุคคลมีระดับชั้นนำของประเทศ แต่ในวงการตำรวจแล้ว โดยเฉพาะชายแดนใต้ น้อยคนนัก ที่ไม่รู้จักนายตำรวจผู้นี้ โดยเฉพาะ พวกมิจฉาชีพ โจรก่อการร้าย ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ แค่ได้ยินชื่อ ก็อกสั่นขวัญแขวน..

…จากเกียรติประวัติทำงานคลุกคลี อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานเกือบ40 ปี ในเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คอยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน ตั้งแต่ยศชั้นประทวน จนถึง พันตำรวจเอกในปัจจุบัน ผ่านการปะทะกับผู้ก่อการร้ายมานับครังไม่ถ้วน และ หลายครั้งแทบเอาชีวิตไม่รอด…
…
แทบไม่น่าเชื่อว่า!!!วันนี้เขาต้องมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่ตนเอง…

…น้ำตาของนายตำรวจเหล็ก ผู้ไม่เคยยอมสยบต่อสิ่งชั่วร้าย ต้องมาร่วงด้วยความคับแค้นใจต่อการกระทำของผู้บังคับบัญชา นี่หรือคือผลตอบแทนคุณงามความดี ที่มีต่อนายตำรวจน้ำดีคนนี้ ที่ ตั้งปณิธานให้แก่ตนเองในการปกป้องผืนแผ่นดินแม่ มาตลอดชีวิตราชการ…

…จากเดิมที่มีชื่อแปะไว้ในโผแล้ว ว่าจะได้ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผกก.กันตัง จ.ตรัง แต่กลับโผหลุด ชื่อหายไปเสียเฉยๆ ทั้งที่นายก็รับปาก เป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าในวัยใกล้เกษียณอีกแค่ปีเศษ จะพิจารณาปูนบำเหน็จ ความดีความชอบให้ได้เลื่อนชั้นในตำแหน่งที่สูงขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและที่สำคัญจะได้พักผ่อนได้ตั้งสติวางแผนการดำเนินชีวิตให้กับตนเอง หลังจากตรากตรำทำงานหนักมาตลอดชีวิตหลัง แม้ใจยังสู้อยู่เกินร้อย แต่อายุราชการเขามีให้เพียงแค่นั้น กลับถูกแป๊กให้ย่ำอยู่กับที่ เพราะโดนนักวิ่งแรงแซงทางโค้งเสียบเข้าเป้่าแทนไปเสียฉิบ  …

…เป็นใครก็ต้องน้อยใจเป็นธรรมดา ไม่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่รู้หรอก …
…และไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร หลังปฏิบัติการกามิกาเช่ ของผู้กำกับเพียรในครั้งนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าประชาชนได้รับ คือการได้รับรู้ ปฏิกิริยา ความรู้สึกของนายตำรวจชั้นผู้น้อย ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้ผู้กำกับเพียรจะเป็นนายตำรวจมือปราบ แต่เขาก็ยังคงเป็นปุถุชนคนธรรมดา ยังคงมีความรัก โลภ โกรธ หลง เช่นเดียวกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ …

…สุดท้าย นิยามแห่งสุภาษิตไทย ที่มาจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษแต่ครั้งโบราณกาล
"
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว " จะยังขลังอยู่อีกหรือไม่ หรือกลายเป็นสองมาตราฐานไปแล้ว อีกไม่นานเกินรอ เราคงได้รู้กัน…
…แต่ที่แน่ๆ เสร็จภารกิจทางกรุงเทพแล้ว รีบเดินทางกลับบันนังสตา นะครับผู้กำกับเพียร….
…
คนทางนี้ยังต้องการท่านอยู่…

และในวันที่ 12.มีค. 2553 คือเมื่อวานนี้


…" ผมจะไม่ขอตายในชุดนักรบ " พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.บันนังสตา…

… ข่าว….
…
วันที่ 12มีนาคม2553 เวลาประมาณ 13.00น.พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.บันนังสตา จ.ยะลา ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดขณะเข้าพิสูจน์ทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่บ้านทับช้าง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา เป็นเหตุให้ พ.ต.อ.สมเพียร ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่ รพ.ศูนย์ยะลาในเวลาต่อมา ส่วนตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับบาดเจ็บ 4 นาย…..
.. รายละเอียด คงทราบกันมากกว่านี้แล้วนะ.

……" ผมไม่อยากเป็นวีรบุรุษ และ จะไม่ขอยอมตายในชุดนักรบ " ….
นี่คือบทสัมภาษณ์สุดท้าย (1มีค.ที่ต.บาเจาะ อ.บับนังสตา ) พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.บันนังสตา ก่อนปิดตำนานมือปราบ " จ่าเพียร  " กระดูกเหล็กชายแดนใต้….


…
ในวัย 59 ปีของพันตำรวจเอกสมเพียร เอกสมญา ผกก.บังนังสตา จังหวัดยะลา วันนี้เต็มไปด้วยแผลรอบตัว เพราะร่อยรอยจากเหตุระเบิด และถูกยิงกว่า 10 ครั้ง ระหว่างการปะทะกว่า 70 ครั้ง ในช่วง 30 ปีที่ทำงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหลายครั้งแทบเอาชีวิตไม่รอด แม้ตลอดอายุราชการนายตำรวจผู้นี้จะได้รับรางวัลชื่นชมจากหน่วยงานต่างๆนับไม่ถ้วน แต่ดูเหมือนว่าผลงานที่เขาทำร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์ซึ่งเป็นกำลังภาคประชาชนกลับดูไร้ค่าในสายตาของผู้บังคับบัญชา แม้แต่การขอย้ายตนเองไปอยู่ที่ สภ.กันตัง จังหวัดตรังก่อนเกษียณอายุราชการในปีนี้ กลับถูกปฎิเสธ ทำให้เขาต้องตัดสินใจ เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆทั้งสิ้นจากบังคับบัญชาระดับสูงจะมีก็เพียงแต่ พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา สบ 10 ที่เคยทำงานคลุกคลีอยู่กับตำรวจในในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าใจและทราบปัญหาดังกล่าว แม้ พล.ต.ท.อดุลย์ จะเคยให้การยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า โผการโยกย้ายล่าสุด พ.ต.อ.สมเพียร จะได้ย้ายออกนอกพื้นที่ เพื่อพักผ่อนในบั้นปลายของอายุราชการ หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 40 ปี อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ดั่งที่หวังไว้ …
…
วันนี้เขาได้เดินทางกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่บันนังสตา แม้จะมีความรู้สึกผิดหวังลึกๆจากโผการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ด้วยความเป็น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่ชาวบ้านในพื้นที่ฝากความหวังเอาไว้ ทำให้ผู้กำกับสมเพียร ต้องกลับมาสวมบทบาทนายตำรวจมืออาชีพอีกครั้งเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน ทิ้งความเจ็บปวดส่วนตัวไว้เบื้องหลัง …
…นับตั้งปี 2550 เป็นต้นมาหลังจาก พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา เดินทางกลับ มารับตำแหน่งผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงที่กำลังลุกเป็นไฟ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ถูกลอบยิง วางระเบิด ฆ่าตัดคอ ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง นับเป็นงานที่หนักและท้าทายอย่างมาก สำหรับตำรวจนายหนึ่งที่เพิ่งติดยศ " พันตำรวจเอก" ในวัย 57 ปี ตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจที่ถือว่าดูแลพื้นที่สี"แดงเข้มสุดๆ"ในช่วงเวลานั้น จากประสบการณ์ที่เคยทำงานวนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มานาน อาศัยความคุ้นเคยกับแกนนำชาวบ้านในพื้นที่ ที่เคยทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่ เขามียศแค่ชั้นประทวน คอยแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวของคนร้าย ประกอบกับความร่วมมืออย่างแข็งขันของผู้ใต้บังคับบัญชาที่เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการทำงาน ทำให้ในแต่ละครั้งที่สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ทำได้อย่างถูกต้องแม่นยำ หลายครั้งที่มีการปะทะเกิดขึ้น ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งสามารถวิสามัญฆาตกรรมกลุ่มแนวร่วมฯได้ถึง22คน เป็นที่น่าสังเกตุว่าไม่มีญาติผู้เสียชีวิตคนใดที่เป็นแนวร่วมฯ ออกมาร้องเรียนว่ายิงผิดตัวแม้แต่รายเดียวเนื่องจาก มีเป้าหมายชัดเจน ทำให้ปัจจุบัน พื้นที่อำเภอบันนังสตา ได้ลดระดับความรุนแรงรายวันลงไปมาก…

…"เป็นเรื่องยากมากหากใครสักคนคิดว่าตัวเองมีอำนาจ มีปืนมีกฏหมายและกำลังรบใต้บังคับบัญชาอยู่ในมือ เข้ามาทำงานในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งสูงอย่างบันนังสตา ไม่มีทางหรอกที่จะประสบความสำเร็จลงได้ หากไม่อาศัยแนวร่วมภาคประชาชนซึ่งเป็นคนในพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือ และไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะโน้วเน้าจิตใจ ดึงคนที่เคยเป็นปฏิปักษ์กับเรา เคยต่อต้านอำนาจรัฐทุกรุปแบบมาเป็นพวก บางครั้งต้องอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว ที่มีมาอย่างยาวนาน ผมอาจจะได้เปรียบคนอื่นในเรื่องของการข่าวและความชำนาญพื้นที่ เพราะอยู่ที่นี่มานาน เมื่อกลับเข้าพื้นที่อีกครั้งผมมีพวกเขาคอยช่วยเหลือซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวผมเห็นว่ากองกำลังภาคประชาชน มีความสำคัญกว่ากองกำลังใด ๆ อยู่ที่ว่าทำอย่างไรถึงจะเข้าไปนั่งในใจของเขาให้ได้แค่นั้นเอง  " พ.ต.อ.สมเพียร กล่าว….

… อย่างเช่นนายดอเลาะ เซ็งมะสู ในวัยใกล้จะ 60 ซึ่งคนในพื้นที่รู้จักกันในนาม " เลาะ ตะโล๊ะเว" ซึ่งอดีตเคยเป็นแกนนำกลุ่มขบวนการโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน(พูโล) เมื่อเกือบ 30ปี ที่แล้ว เคยนำกำลังเข้าปะทะ กับ"จ่าเพียรมือปราบ" หรือ ผู้กำกับสมเพียรในปัจจุบัน อยู่เป็นประจำ ปัจจุบันหลังออกจากป่า เขา ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา เป็นหนึ่งในอดีตแกนนำฯ ที่ประกาศตัวอยู่ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐอย่างชัดเจน หลายครั้งเขาถูกลอบยิงถล่มได้รับบาดเจ็บสาหัส จนทำให้เสียดวงตาข้างขวาไปหนึ่งข้าง แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความหวาดกลัว ทำลายความตั้งใจ เดยที่เคยให้ปฏิญานไว้กับตัวเอง ทุกวันนี้เขายังเข้าร่วมภารกิจเสี่ยงตายกับผู้กำกับเพียร อยู่เสมอหากมีโอกาส
"
ไม่ชอบโจรยุคปัจจุบัน จะกวาดล้างให้สิ้น " ภาษาไทยกระท่อนกระแท่น ที่พอจับใจความได้ จากปากของล่ามชาวไทยมุสลิม อีกคน แสดงถึงเจตนาและความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวของ ผู้ใหญ่บ้าน เลาะ ตะโล๊ะเว คนนี้ …..
…
หรือแม้แต่ นายดอเลาะ กะจะลากิ ที่อายุย่าง 82ปี ชาวบ้านบียอ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ในชุดโสร่งสวมหมวกกะปิเยาะห์ แบบชาวไทยมุสลิมพื้นบ้านทั่วไป ขณะแววตายังมั่นคงเด็ดเดี่ยวเป็นประกายของชายชราคนนี้ มือกระชับอาวุธปืน M16 อยู่ไม่ห่างกาย ซึ่งผู้เฒ่าดอเลาะคนนี้ เคยทำงานร่วมกับผู้กำกับสมเพียรมานานเกือบ 40 ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มบรรจุเป็นตำรวจชั้นประทวนที่ สภอ.บันนังสตา เขากล่าวผ่านล่ามว่า หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปี 2547 ได้เดินทางไปอยู่ที่เมกกะ ประเทศซาอุดิอารเบีย พักหนึ่งก่อนกลับมาอยู่บ้านเมื่อสองสามปีที่ผ่านมาและเมื่อ "จ่าเพียร"กลับมาเป็นผู้กำกับที่บันนังสตา ผู้เฒ่าเลยพกความมั่นใจเต็มร้อยสมัครเป็นชุดอาสารักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)ที่อายุมากที่สุด โดยชาวบ้านบียอได้ ยกให้เป็นหัวหน้าชุด ชรบ.ที่นี่ เพราะความเป็นผู้อาวุโสผ่านประสบการณ์มากเป็นที่ นับถือของคนที่นี่ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้จากเดิมที่อำนาจรัฐเข้าไม่ถึง กลายเป็นชุมชนที่น่าอยู่ประชาชนกลับมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น …
…
ผลจากการทำงานถึงลูกถึงคน อาศัยความจริงใจที่มีให้แก่คนที่นี่ ของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ทำให้นายมะรอนิง โดยมะตู อายุ 26 ปี ชาวต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นนักรบอาร์เค(RKK)รุ่นใหม่ ที่เคยร่วมก่อเหตุร้ายหลายครั้งในพื้นที่ ยอมกลับใจมาทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยเป็นเจ้าหน้าที่ ชรบ.หมู่บ้านที่มี ผู้เฒ่าดอเลาะเป็นหัวหน้าชุด แม้จะเกิดเรื่องเศร้าสลดหลังจากเขากลับใจมาอยู่ฝ่ายรัฐ พ่อของอนิง ถูกฝ่ายตรงข้ามยิงเสียชีวิต แต่ก็ยังพร้อมที่จะต่อสู้ เพราะที่นี่คือบ้านเกิดของตนเอง  …
…
ขณะที่ร้อยตำรวจโทธาม ลอยสะเทื้อน รองสว.สภ.บังนังสตา จ.ยะลา นายตำรวจหนุ่มไฟแรง ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นมือขวาของผู้กำกับสมเพียร บอกว่า ร่วมสู้กับผู้กำกับสมเพียรมาเกือบสี่ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยได้ยินแต่ชื่อ " จ่าเพียร " ที่ปราบโจรใต้มาก่อน และเมื่อได้ทำงานร่วมกันก็เห็นถึงความทุ่มเท และความรักลูกน้องของผู้กำกับสมเพียร แนวทางการการทำงานของผู้กำกับสมเพียรส่วนใหญ่เป็นลูกบู๊ แต่ก็ไม่ประมาท จะมีการประเมินสถานการณ์ก่อนทุกครั้ง เราทำงานร่วมกันปะทะกับผู้ก่อความไม่สงบหลายครั้งและก็ภูมิใจที่สามารถตอบโต้แนวร่วมได้บ่อยครั้ง มันเหมือนเราได้ทำหน้าที่ของพวกเราอย่างสมบูรณ์แล้ว แม้ว่าวันนี้จะไม่มีใครมองเห็นก็ตาม …
…
ด้านผู้กำกับสมเพียร ได้กล่าวเสริมว่า การร่วมมือร่วมใจของกำลังภาคประชาชนมีทั้งเด็ก และ คนแก่ ที่ลุกขึ้นมาจับปืนร่วมกันสู้กับกลุ่มก่อความไม่สงบ ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจมาก และ ก็เกินความคาดหมาย ซึ่งตลอดเวลาที่ทำงานในพื้นที่ แม้จะได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐน้อยมาก ทำให้ต้องหางบประมาณเพื่อจัดซื้อปืนเอง โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่รับมาเป็น ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ที่ทำงานด้วยกันก็ต้องเอามาฝึก และซื้อปืนให้ ทุกคนทำงานอย่างเสียสละ แต่ไม่เคยได้รับการดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาให้ดีขึ้น …

…แม้แต่ตำรวจ บางคนมีอายุมากแล้วก็ยังเป็นแค่นายดาบ ไม่ใช่ต้องรู้จักนาย หรือเป็นลูกหลานแล้วถึงจะได้รับการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง คนบางคนถึงจะไม่มีความรู้แต่มีผลงานก็ต้องบรรจุ อย่างทีมงานของตนหลายคนก็ไม่มีเงินเดือนไม่มีค่าจ้าง ไม่มีค่าตอบแทน ทำงานกันด้วยใจจริง ๆ สู้เพื่อแผ่นดินตรงนี้ ที่เดินทางไปโวยวายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่ได้ไปโวยวายเพื่อให้ตัวเองได้ดิบได้ดี แต่อยากให้ผู้บังคับบัญชาในระดับสูงรับรู้ ว่าพวกเราทำงานกันยังไง ทำงานท่ามกลางความขาดแคลน แต่ไม่เคยเอาอุปสรรคตรงนี้ไปอ้างเพื่อสร้างปัญหา ส่วนที่ตนเองไปที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่ได้ไปเพราะความผิดหวังที่ไม่ได้โยกย้ายไปที่อื่น แต่มันเหลือเวลาแค่หนึ่งปีก็คิดว่าน่าจะทำอะไรเพื่อเป็นแบบอย่างให้น้องๆบ้าง วันนี้เราต้องมาพูดความจริงว่าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมไม่ตอบแทนคนเหล่านี้ขณะที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่ให้เขาอยู่ในหลุมฝั่งศพแล้วค่อยบอกว่าเขาเป็นวีระบุรุษ บางคนยังไม่ได้รบเลยแต่ถูกยิงเสียชีวิตขณะลาดตะเวนแล้วได้รับการสดุดีว่าเป็นวีระบุรุษ แล้วคนที่ทำงานอย่างหนักเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ทุกวันทำไมไม่ให้กำลังใจเขา ซึ่งหลังจากตนเองได้ไปยื่นหนังสือตรงนี้ มีกระแสการตอบรับที่ดี แต่สำหรับนายก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดใด ขนาดวันที่ไปหาก็ยังไม่ได้เข้าพบ ก็ไม่หวังอะไร หวังแค่ว่าหลังเกษียณราชการแล้ว ตนเองอยากกินน้ำชา นั่งนินทาเพื่อน แล้วก็กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว เพราะตนเองไม่ได้อยู่กับครอบครัวมานาน 40 ปี เวลาที่อยู่กับครอบครัวมีน้อยมาก โดดเดี่ยวอยู่คนเดียวมาโดยตลอด…
…ผู้กำกับสมเพียร หรือ "จ่าเพียร"ของคนบันนังสตากล่าวทิ้งท้าย…..

…
ส่วนนางพิมพ์ชนา ภรรยาคนข้างกายของผู้กำกับสมเพียร ที่คอยเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอด บอกว่า “ภูมิใจในความเสียสละของสามี แม้จะรู้ดีว่า ตลอดการทำงานจะเสี่ยงต่อชีวิต และบางครั้งที่เดินเท้าลาดตะเวนในป่า ก็จะหายหน้าไปหลายวัน และกลับมาด้วยสภาพที่อิดโรย เนื้อตัวเต็มไปด้วยทาก แต่ก็ไม่เคยกดดันให้เขาลาออกเพราะเป็นงานที่เขารัก แต่ก็มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่รู้สึกว่าน้อยใจ เพราะถูกคนถามว่าผู้กำกับสมเพียรเลี้ยงโจรเหรอ เราก็เสียใจเลยมาถามเขาว่าพ่อเลี้ยงโจรเหรอ แต่สามี (ผู้กำกับสมเพียร)กลับตอบว่า " เลี้ยงโจรก็ดีกว่าให้โจรมันเลี้ยง " เพราะถ้าโจรเลี้ยงเราคงไม่อยู่แบบนี้หรอก คำพูดนี้มันทำให้เราคิดว่า เราควรจะภูมิใจในตัวเขา แม้วันนี้เราไม่ได้อะไร ไม่ร่ำรวยเหมือนคนอื่น แต่พี่ก็ภูมิใจ ….
……………………………………………………….


ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ถึงทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทนง
บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ดังก้องในใจของผู้กำกับสมเพียร ตลอดเวลาเสมือนหนึ่งปณิธานอันแรงกล้าที่นักรบชายแดนใต้คนนี้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตการทำงาน ความภาคภูมิใจในอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของเขาใช่ดาวที่ประดับบนบ่า หรือความโก้หรูของเครื่องแบบ แต่กลับเป็นความสุขสงบของบ้านเมือง ความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชน ทุกคนในบันนังสตาต่างทราบดีว่า ที่ใดลุกเป็นไฟ จ่าเพียรของเขาจะไปดับให้ทันที แม้ที่นั่นจะต้องฟันฝ่าด้วยอุปสรรคนานัปการ หรือความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัสก็ตาม คำพูดที่ "ว่าผมไม่อยากเป็นวีรบุรุษและจะไม่ขอตายในชุดนักรบ " ประโยคสุดท้ายก่อนอำลาจากกันเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๓..ยังคงดังก้องในหู อนิจจา..จ่าเพียรไม่ได้ดั่งหวัง เพราะ ณ วันนี้…..เลือดของชายชาตินักรบไหลนองปฐพี ก่อนที่จะสิ้นลมหายใจขณะที่ร่างยังสวม "ชุดนักรบ" และทุกคนที่อยู่ข้างหลังต่างสดุดีให้เขาเป็น "วีรบุรุษของแผ่นดิน" แม้นว่าดวงวิญญาณของเขาจะรับรู้หรือไม่ก็ตาม  … 
บ่ายวันที่ 12 มีนาคม ฝนตกลงมาปรอยๆ เหนือฟ้ายะลา….ดั่งสวรรค์เบื้องบนรับรู้การจากไปของนักรบผู้กล้าแห่งชายแดนใต้

ดั่งน้ำตาที่ไหลท่วมใจชาวยะลา

หลับให้สบายเถิดวีรบุรุษในดวงใจ……

ขอดวงวิญญาณ ท่านผู้กำกับสมเพียร จงสุขสงบ อยู่สรวงสวรรค์

และปิดตำนาน" จ่าเพียรกระดูกเหล็ก " …ไปชั่วนิจนิรันดร์

…. ขอสดุดี และ แสดงความไว้อาลัยอย่างสุดซึ้ง ต่อการจากไปของ " พี่เนี๊ยบ หรือพี่เพียร " …..

พี่คนที่มีแต่ให้ " แม้แต่วินาทีสุดท้ายของชีวิต " …

โลกไม่เคยเท่ากัน
.
และไม่มีวันเท่าเทียม
.
สังคมเรา
.
เป็นทุกวงการ

ในวันนี้ที่คนไทยต่างแบ่งแยก


แตกเป็นคนสองสีสีแดงเหลือง

จะรู้ไหมว่าไกลลับลับไปนอกเมือง


มีคนหนึ่งต้องหลั่งเลือดเพื่อพวกตน


คนๆนั้นไม่มีสีทั้งสอง

มีสมองสองมือไปทุกหน


ในมือมีแต่อาวุธปืนกล


กับใจตนที่กล้าหาญเยี่ยงชายชาญ

หลับเถิดท่าน ท่านเหนื่อยมามากแล้ว


กี่ปีแล้วที่ท่านเฝ้าหักหาญ


ไม่มีใครคิดตอบแทนในงานการ


รอจนวันร่างท่านร่วงลงสู่ดิน


ต่อแต่นี้จะมอบอะไรไว้ให้ท่าน


ท่านจะรู้ได้ไหมใคร่ถวิล


ฤาทหาร ตำรวจ ทั่วแผ่นดิน


ต้องรอวันสิ้นลม จึงได้ดี


ขอกราบมาแทบเท้าท่านผู้กล้า


ท่านทำหน้าที่อาจหาญทุกวิถี


ท่านใช้ร่างกายท่านเป็นชาติพลี


เพื่อแผ่นดินสองสี…เพื่อปวงชน

ขอไว้อาลัยและขอสดุดีแด่ท่านและผู้กล้าที่เสียสละจริงๆ…น่าเสียดายจนพูดไม่ออก

2 Responses to “ขอร่วมไว้อาลัยแด่วีรบุรุษผู้กล้า จ่าสมเพียร ผู้ยิ่งใหญ่ในใจเรา”

  • numza:

    ขอไว้อาลัยและขอสดุดีแด่ท่านและผู้กล้าที่เสียสละจริงๆ…น่าเสียดายจนพูดไม่ออก
    น่าเสียดายนที่ดีๆๆๆไปจากเรา

  • เลือดเนื้อวีรชนคนกล้า
    ทาบทาพื้นถิ่นแผ่นดินขวาน
    หวังดับไฟเร่าร้อนให้รอนราน
    วีรบุรุษทุกท่านตั้งใจจง
    แม้ชีวิตวางวายมลายสิ้น
    แม้ชีพดับดาวดิ้นดั่งผุยผง
    เพื่อแผ่นดินคงอยู่ยั้งยืนยง
    เพื่อดำรงผืนดินถิ่นชาติไทย……………

    เป็นกำลังใจให้ผู้กล้าทุกคน วีรชนทุกท่านให้รอดปลอดภัยเทอญ

Leave a Reply

ข่าวสารย้อนหลัง
Who's Online
18 visitors online now
13 guests, 5 bots, 0 members
Powered by Visitor Maps